เลื่อนขึ้น
ทัวร์ถูก ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ดี ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์บริการดี ทัวร์บริการประทับใจ ทัวร์ดีมีคุณภาพ
  
 
ประเทศ:
ทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี
เข้าชม:
53
รหัสทัวร์:
SE-TR09
สายการบิน:
Turkish Airlines
ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี COOLING TURKEY | 9D6N
ราคาเริ่มต้น 33,999.-

ทัวร์ตุรกีเมืองอังการ่า - สุสานอตาเติร์ก - เมืองคัปปาโดเจีย - เมืองใต้ดิน - เมืองเกอราเม่ - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ - หุบเขาอุซิซาร์ - โรงงานทอพรม - โรงงานเซรามิก - โรงงานเครื่องประดับ - ชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง - เมืองคอนย่า - ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ - พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า - เมืองปามุคคาเล่ - ปราสาทปุยฝ้าย - เมืองโบราณเฮียราโพลิส - เมืองคูซาดาซี - โรงงานผลิตเครื่องหนัง - เมืองคูซาดาซี - เมืองเอฟฟิซุส - ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ - หอสมุดเซลซุส - เมืองชานัคคาเล่ - นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัม - วิหารอะโครโปลิส - วิหารโอลิมเปียน เซอุส - โรงละครอะโครโปลิส - วิหารเอสเคลปิออน - เมืองชานัคคาเล่ - เมืองทรอย - ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย - ท่าเรือกัลป์ลิโพลี - นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากช่องแคบดาร์ดะแนลล์ จากฝั่งเมืองชานัคคาเล่ สู่ เมืองอิสตันบูล - เมืองอิสตันบูล - พระราชวังโดลมาบาห์เช - ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส - เมืองอิสตันบูล - สุเหร่าสีน้ำเงิน - ฮิปโปโดรม - วิหารเซนต์โซเฟีย - สไปซ์บาซาร์ - ร้านเตอร์กิช ดีไลท์
ทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี

สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์ตุรกี

วันที่ 1  ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย - ท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
วันที่ 2  ท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี - เมืองอังการ่า - สุสานอตาเติร์ก
วันที่ 3  เมืองอังการ่า - เมืองคัปปาโดเจีย - เมืองใต้ดิน - เมืองเกอราเม่ - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ - หุบเขาอุซิซาร์ - โรงงานทอพรม - โรงงานเซรามิก - โรงงานเครื่องประดับ - ชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง
วันที่ 4  เมืองคัปปาโดเจีย - เมืองคอนย่า - ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ - พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า - เมืองปามุคคาเล่
วันที่ 5  เมืองปามุคคาเล่ - ปราสาทปุยฝ้าย - เมืองโบราณเฮียราโพลิส - เมืองคูซาดาซี - โรงงานผลิตเครื่องหนัง
วันที่ 6  เมืองคูซาดาซี - เมืองเอฟฟิซุส - ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ - หอสมุดเซลซุส - เมืองชานัคคาเล่ - นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัม - วิหารอะโครโปลิส - วิหารโอลิมเปียน เซอุส - โรงละครอะโครโปลิส - วิหารเอสเคลปิออน
วันที่ 7  เมืองชานัคคาเล่ - เมืองทรอย - ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย - ท่าเรือกัลป์ลิโพลี - นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากช่องแคบดาร์ดะแนลล์ จากฝั่งเมืองชานัคคาเล่ สู่ เมืองอิสตันบูล - เมืองอิสตันบูล - พระราชวังโดลมาบาห์เช - ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส
วันที่ 8  เมืองอิสตันบูล - สุเหร่าสีน้ำเงิน - ฮิปโปโดรม - วิหารเซนต์โซเฟีย - สไปซ์บาซาร์ - ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ - ท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
วันที่ 9  ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

กำหนดการเดินทาง รายละเอียดเที่ยวบิน ผู้ใหญ่
ห้องละ 2-3 ท่าน
1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง
(เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี)
1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่
เด็กไม่มีเตียง
(เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี)
พักเดี่ยวเพิ่ม ราคาทัวร์
ไม่รวมตั๋ว
01-09 พฤศจิกายน 2561 01NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
08NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
05-13 พฤศจิกายน 2561 05NOV TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
12NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
08-16 พฤศจิกายน 2561 08NOV TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
15NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
12-20 พฤศจิกายน 2561 12NOV TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
19NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
18-26 พฤศจิกายน 2561 18NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
25NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
20-28 พฤศจิกายน 2561 20NOV TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
27NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
23 พ.ย. - 01 ธ.ค. 2561 23NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
30NOV TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
25 พ.ย. - 03 ธ.ค. 2561 25NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
02DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
27 พ.ย. - 05 ธ.ค. 2561 27NOV TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
04DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
29 พ.ย. - 07 ธ.ค. 2561 29NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
06DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
30 พ.ย. - 08 ธ.ค. 2561 30NOV TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
07DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
33,999 33,999 33,999 6,999 20,999
02-10 ธันวาคม 2561 02DEC TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
09DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
36,999 36,999 36,999 6,999 23,999
07-15 ธันวาคม 2561 07DEC TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
14DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
36,999 36,999 36,999 6,999 23,999
09-17 ธันวาคม 2561 09DEC TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
16DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
35,999 35,999 35,999 6,999 22,999
10-18 ธันวาคม 2561 10DEC TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
17DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
35,999 35,999 35,999 6,999 22,999
13-21 ธันวาคม 2561 13DEC TK69 BKK-IST 23.50-06.20+1
20DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
35,999 35,999 35,999 6,999 22,999
16-24 ธันวาคม 2561 16DEC TK65 BKK-IST 22.50-05.45+1
23DEC TK64 IST-BKK 20.55-10.05+1
35,999 35,999 35,999 6,999 22,999

ทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี

โปรแกรมการเดินทางทัวร์ตุรกี

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล กระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกัน กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับแสน นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) โดยชื่อ คัปปาโดเจีย (Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ อีกทั้ง ยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองคัปปาโดเจียแห่งนี้ ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ 90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อย เฉพาะที่เมืองคัปปาโดเจียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่งและถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆด้วยก็เกือบๆ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน เลยทีเดียว ด้วยความอัศจรรย์ใต้พิภพแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเจีย จึง ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเจีย เป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้องๆ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอราเม่ (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเจีย ในตอนกลางของอานาโตเลีย ประเทศตุรกี เมืองเกอเรเม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และ การผลิตเครื่องเซรามิกล้ำค่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
 
นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
 
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย และถ้ามองดีๆจะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย
 
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) , โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และ โรงงานเครื่องประดับ (Jewelly Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
 
ค่ำ                                บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง) พร้อม ชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
 
                        นำคณะเข้าสู่ที่พัก Dilekkaya Cave Hotel , Cappadocia (โรงแรมถ้ำ) หรือเทียบเท่า
** ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ำ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน **

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล กระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกัน กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับแสน นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) โดยชื่อ คัปปาโดเจีย (Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ อีกทั้ง ยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองคัปปาโดเจียแห่งนี้ ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ 90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อย เฉพาะที่เมืองคัปปาโดเจียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่งและถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆด้วยก็เกือบๆ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน เลยทีเดียว ด้วยความอัศจรรย์ใต้พิภพแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเจีย จึง ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเจีย เป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้องๆ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอราเม่ (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเจีย ในตอนกลางของอานาโตเลีย ประเทศตุรกี เมืองเกอเรเม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และ การผลิตเครื่องเซรามิกล้ำค่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
 
นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
 
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย และถ้ามองดีๆจะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย
 
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) , โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และ โรงงานเครื่องประดับ (Jewelly Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
 
ค่ำ                                บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง) พร้อม ชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
 
                        นำคณะเข้าสู่ที่พัก Dilekkaya Cave Hotel , Cappadocia (โรงแรมถ้ำ) หรือเทียบเท่า
** ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ำ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน **

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล กระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกัน กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับแสน นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) โดยชื่อ คัปปาโดเจีย (Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ อีกทั้ง ยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองคัปปาโดเจียแห่งนี้ ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ 90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อย เฉพาะที่เมืองคัปปาโดเจียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่งและถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆด้วยก็เกือบๆ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน เลยทีเดียว ด้วยความอัศจรรย์ใต้พิภพแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเจีย จึง ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเจีย เป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้องๆ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอราเม่ (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเจีย ในตอนกลางของอานาโตเลีย ประเทศตุรกี เมืองเกอเรเม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และ การผลิตเครื่องเซรามิกล้ำค่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
 
นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
 
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย และถ้ามองดีๆจะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย
 
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) , โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และ โรงงานเครื่องประดับ (Jewelly Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
 
ค่ำ                                บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง) พร้อม ชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
 
                        นำคณะเข้าสู่ที่พัก Dilekkaya Cave Hotel , Cappadocia (โรงแรมถ้ำ) หรือเทียบเท่า
** ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ำ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน **

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
** แนะนำโปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour) **
 
  1. บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) ** สำหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเจีย โปรแกรมเสริมพิเศษ จำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 04.30-05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30-45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ ประมาณ 250-300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD.) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน **
 
  1. รถจี๊บทัวร์ (Jeep Tour) ** สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเจียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00-06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเจียบริเวณภาคพื้นดิน ในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊บประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊บอยู่ที่ ท่านละ ประมาณ 100-150 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD.) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการนั่งรถจี๊บ ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน **
 
** คำแนะนำ **
- เนื่องด้วยข้อกำหนดของเวลา ท่านจำเป็นต้องเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์เสริมอย่างใด อย่างหนึ่ง
- ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และ ควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง (ตั้งแต่อยู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมยาแก้เมารถจากประเทศไทยไป)
- กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง หรือ ตั้งครรภ์ เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
- สำหรับท่านที่ไม่ร่วมเดินทางตะลุยทะเลทราย ท่านจำเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระหว่างทาง นำท่าน เข้าชม ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ (Caravansarai) เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน
 
นำท่าน เข้าชม  พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่าด้วย
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 50 นาที) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้นสวยงามแปลกตา
 
ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง)
 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก Ninova Thermal Hotel , Pamukkale หรือเทียบเท่า

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่าน เข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castel) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก บริเวณเดียวกันเป็น เมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรค เมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไป บางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร เช่น โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้น ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1988
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกทั่วโลก
 
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
 
ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง)
 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก Marina Hotel , Kusadasi หรือเทียบเท่า

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่าน เข้าชม เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Lonia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้
 
เข้าชม ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องน้ำ ห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
 
นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) มีความสวยงามเป็นเลิศ สร้างโดยติเบริอุส จูลิอุส อาควิลา อุทิศให้กับบิดา ชื่อ ติเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ในปี 657-660 และได้ฝังโลงศพของบิดาที่ทำจากหินเอาไว้ใต้หอสมุดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2015
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนต์ (Hellespont) มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลูของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มารา และ ทะเลอีเจียนซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าตัดกับทะเลอีเจียน เป็นที่ตั้งของเมืองทรอย
 
นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัม (Cable Car to Pergamum) ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมืองชานัคคาเล่ กว่า 1,000 ฟุต ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 ก.ม. ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2014 ซึ่งมีสถานที่สำคัญแต่โบราณกาล คือ วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ บริเวณเดียวกัน คือ วิหารโอลิมเปียน เซอุส (Naos tou Olimpiou Dios - Olympieion) ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เปอร์กามัมที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ชม โรงละครอะโครโปลิส (Theater of Acropolis) เป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุด จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน อะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ ชม วิหารเอสเคลปิออน (Asklepion) อยู่เบื้องล่างทางตะวันตกของตัวเมือง สร้างถวายเอสเคลปิออสเทพแห่งการแพทย์
 
ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง)
 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก Iris Hotel , Canakkale หรือเทียบเท่า

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy) เมืองที่มีชื่อเสียงเล่าขายสืบต่อกันมาตั้งแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีที่แล้ว นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย (Wooden Horse of Troy) ม้าไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง ทรอย (Troy) ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกำนัล แต่ความจริงแอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ให้ทหารเข้ามาตีตัวเมืองจนทำให้เมืองทรอยล่มสลาย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลการศึกของนักรบโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1998
 
                        นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือกัลป์ลิโพลี (Gallipoli Pier) เพื่อ นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากช่องแคบดาร์ดะแนลล์ จากฝั่งเมืองชานัคคาเล่ สู่ เมืองอิสตันบูล (Ferry Cruise of Dardanelles from Canakkale to Istanbul) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
 
                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1986
 
กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 
                        นำท่าน เข้าชม พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของพระราชวังแห่งนี้คือ มีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตา มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระไน และรูปเขียน รูปถ่าย ในโอกาสพิเศษต่างๆ และที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากประเทศอังกฤษที่สั่งทำจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ มากมายถึง 750 ดวง , พรมทอมือขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจากช่างฝีมือชั้นเลิศของประเทศตุรกี โดย Cinar , เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสทัล , เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมียนที่ดีที่สุดของประเทศสาธารณรัฐเช็ก , หินอ่อนจากอียิปต์มาทำห้องอาบน้ำ (ซาวน่า) ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ประดับประดาอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ คือเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมในโลก ที่น่าสังเกตคือมีนาฬิกาวางประดับไว้มากมาย ทุกเรือนจะชี้บอกเวลา 09:06 น. อันเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2484 และมีรูปภาพเหมือนของสุลต่านหลายพระองค์ที่น่าสนใจคือ รูปสุลต่านอับดุล อาซิส ผู้มีรูปร่างใหญ่มาก สูง 195 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 200 กิโลกรัม โปรดกีฬามวยปล้ำ ขี่ม้า ยิ่งธนู เป็นสุลต่านองค์แรกที่เสด็จเยือนต่างประเทศ เช่น อียิปต์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมนี ออสเตรีย และฮังการี ที่น่าทึ่งและประหลาดใจก็คือ ทุกๆ อย่างในพระราชวังเป็นของดั้งเดิม ไม่ได้ถูกขโมยหรือทำลายเสียหาย การเข้าชมภายในพระราชวังจำเป็นต้องเข้าชมเป็นคณะ เป็นรอบๆ ที่กำหนดตามเวลา มีมัคคุเทศก์ของวังนำชมทีละห้องทีละอาคาร มีเจ้าหน้าของวังที่คอยควบคุมอยู่ท้ายคณะ คอยดูแลไม่ให้แตกแถวไม่ให้อยู่ห้องใดห้องหนึ่งนานเกินไป ไม่ให้จับต้องสิ่งของต่างๆ และต้องสวมถุงพลาสติกคลุมรองเท้าทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นปาร์เกต์อันสวยงามต้องสึกหรอ รวมทั้งพื้นพรมอันล้ำค่าเสียหาย บริเวณรอบนอกยังมีประตูทางเข้า หอนาฬิกา สวนริมทะเล อุทยานดอกไม้ น้ำพุ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัว น่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง ** เวลาเปิด-ปิด 09.00-16.00 น. (ปิดทุกวันพฤหัสบดี) **
 
                        นำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) กับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบนี้ ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพอันสวยงามของริมฝั่งช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาห์เชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีแห่งประเทศตุรกีทั้งหลาย
                  
ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง หรือ อาหารทะเล เช่น ปลา)
 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก Ramada Encore Hotel, Istanbul หรือเทียบเท่า

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
** ข้อกำหนด โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สำหรับการเข้าชมสุเหร่า และ จำเป็นต้องต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม**
สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ
สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และ เสื้อแขนยาว ไม่รัดรูป
 
                        นำท่าน เข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิมคือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 เสร็จปี 2159 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye)
 
                        นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย หมายถึง การแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์ (Central Moscow Hippodrome) น่าเสียดายที่เหลือแต่ซากปรักหักพังของ ฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนติโนเปิลในอดีต หรือ อิสตันบลูในปัจจุบัน แม้จะยิ่งใหญ่และเก่าแก่ในสมัยโบราณสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 203-330 แต่ปัจจุบันเหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) สร้างเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่บูรณะเมื่อศตวรรษที่ 10 เสาต้นที่ 2 คือ เสางู ที่เชื่อว่าสร้างก่อนคริสกาลมา 479 ปี เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมือง เดลฟี (Delphi) แล้วถูกขนย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อิยิปต์ หรือเสาโอเบลิส (Obelisk of Thutmose) สร้างในช่วงก่อนคริสตกาลประมาณ 390 ปี มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคือ Obeliskos หมายถึง เหล็กแหลม เข็ม หรือ เสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนปิรามิด และมักนิยมหุ้มหรือเคลือบด้วยโลหะ เช่น ทองคำ เหล็ก หรือ ทองแดง เป็นต้น เสาโอเบลิสก์เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปะที่มีต้นกำเนิดจากอียิปต์โบราณ เป็นสัญลักษณ์แห่งเส้นทางสู่วิหารเทพเจ้า ปกติจะนิยมสร้างขึ้นเป็นคู่ ตั้งอยู่ ณ บริเวณทางเข้าวิหาร ตัวอย่างเช่นที่ วิหารลักซอร์ หรือ วิหารคาร์นัค เป็นต้น บริเวณรอบๆเสาโอเบลิสก์จะแกะสลักเป็นร่องลึกด้วยอักษรเฮียโรกลิฟฟิค บอกเล่าถึงฟาโรห์ผู้สร้าง และเรื่องราวของการสร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า ดังนั้น เสาโอเบลิสก์จึงเป็นเสมือนหนึ่งเสาอนุสรณ์ บ่งบอกถึงนัยยะแห่งที่ตั้งของสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอียิปต์โบราณ
                        นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ วิหารเซนต์โซเฟีย (St. Sophia) หรือ สุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิก สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้าง ที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น (ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
 
                        นำท่านเดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือตลาดเครื่องเทศตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ที่นี่ถือเป็นตลาดในร่มและเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้าเยนี คามี สินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่คือเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีถั่วคุณภาพดีชนิดต่างๆ รังผึ้ง น้ำมันมะกอก ไปจนถึงเสื้อผ้าเครื่องประดับอีกด้วย
 
                        นำท่านเดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่าโลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ ถั่วพิสทาชิโอ วอลนัท และแมคคาเดเมียผสมเข้าไปด้วย โดยส่วนมากหน้าตาจะมีสีชมพูเข้ม แต่ก็ดูจางลงไปทันทีเมื่อเสิร์ฟกับน้ำตาลไอซิ่งที่คลุกเคล้าประหนึ่งแป้งฝุ่น มีรสหวาน สอดแทรกด้วยความกรอบและมันของถั่วคุณภาพดี ชาวตุรกีนิยมทานคู่กับชาร้อน หรือ ชากลิ่นแอปเปิ้ล
 
นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
 
20.10 น.           นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK64 (เที่ยวบินตรง)
** ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
 
** อิสระอาหารกลางวัน และ ค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

09.40 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ
 

ทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี

เงื่อนไขทัวร์ตุรกี

อัตราค่าบริการนี้รวม
R ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ ชั้นประหยัด (Economy Class)
R ค่าภาษีน้ำมัน ภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
R ค่าธรรมเนียมการโหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบิน โดยสายการบิน Turkish Airlines อนุญาตให้โหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบินได้ ท่านละ 1 ชิ้น โดยมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 20 ก.ก.
R ค่ารถโค้ชปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)
R ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน หรือ 3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่โรงแรมมีห้องพัก 3 ท่าน Triple ว่าง) กรณีมีงานเทรดแฟร์ การแข่งขันกีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้โรงแรมตามรายการที่ระบุเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
R ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ กรณีไม่รวมจะชี้แจงไว้ในโปรแกรมชัดเจน        
R ค่าอาหารตามที่รายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
R ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
R ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
 
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
T ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ (กรุณาสอบถามอัตราค่าบริการจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการทุกครั้ง)
T ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
T ค่าทิปคนขับรถ ท่านละ 21 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา (USD) /ทริป/ท่าน ตามธรรมเนียม
T ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 21 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา (USD) /ทริป/ท่าน ตามธรรมเนียม
T ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 27 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา (USD) /ทริป/ท่าน ตามธรรมเนียม
ค่าทิปรวมตลอดการเดินทางทั้งหมด ตามธรรมเนียม 69 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา (USD) หรือ คำนวนเป็นเงินไทยประมาณ 2,415 บาท (THB) รวมไปถึงเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ยกเว้น เด็กอายุไม่ถึง 2 ปี ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ทั้งนี้ท่านสามารถให้มากกว่านี้ได้ตามความเหมาะสมและความพึงพอใจของท่าน
T ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า กรณีผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางต่างประเทศ (ไม่ใช่หนังสือเดินทางไทย) อัตราค่าบริการ และ การขอวีซ่า กรุณาติดต่อกับเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ เพื่อขอคำแนะนำในการยื่นคำร้องขอวีซ่า
 
เงื่อนไขการจอง และ การชำระค่าบริการ

  1. นักท่องเที่ยวกรุณาทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 20,000 บาท ภายใน 1 วัน หลังจากวันจอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 2 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยวกรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 45 วัน กรณีนักท่องเที่ยวไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 31 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมล หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง
  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือ เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลง การเดินทาง นักท่องเที่ยว (ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล หรือ เดินทางมาที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลงนามในเอกสารแจ้งยืนยันยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
  2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยว (ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล หรือ เดินทางมาที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลงนามดำเนินการขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจประกอบ (กรณีดำเนินการแทนผู้เดินทาง) พร้อมหลักฐาน ได้แก่ ใบเรียกเก็บเงิน หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆทั้งหมด พาสปอร์ตหน้าแรกของผู้เดินทาง สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
    1. แจ้งยกเลิก 46 วันขึ้นไป ก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ** กรณีวันเดินทางตรงกับช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 60 วัน **
    2. แจ้งยกเลิก 31-45 วัน ก่อนการเดินทาง เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 20,000 บาท ** กรณีที่มีค่าใช้จ่ายตามจริงมากกว่ากำหนด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม ที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด **
    3. แจ้งยกเลิกภายใน 30 วัน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียก ไม่คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
** ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องจากการจัดเตรียม การจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก เป็นต้น **
  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม 
  2. สำหรับอัตราค่าบริการนี้ จำเป็นต้องมีผู้เดินทางจำนวน 20 ท่าน ขึ้นไป ในแต่ละคณะ กรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึงตามจำนวนที่กำหนด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลง อัตราค่าบริการ (ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อให้คณะได้ออกเดินทาง ตามความต้องการ) โดยทางบริษัทจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และ อย่างน้อย 21 วัน ก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางบริษัทยินดีที่จะให้บริการและดำเนินการต่อไป
  3. ในกรณีที่ลูกค้าดำเนินการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ที่ลูกค้าชำระมาแล้วไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง ยกเว้นในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่านการอนุมัติจากทางสถานทูต กรณีนี้ทางบริษัทจะคิดค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  4. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมล หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น.-14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

** กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในโปรแกรมทัวร์ตุรกี **
ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทัวร์ตุรกี