เลื่อนขึ้น
ทัวร์ถูก ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ดี ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์บริการดี ทัวร์บริการประทับใจ ทัวร์ดีมีคุณภาพ

 เรื่องที่คุณต้องรู้? ก่อนไปเยือนเกาหลี
 2017-06-07 11:59:44 | อ่าน 15,553 ครั้ง
เรื่องที่คุณต้องรู้? ก่อนไปเยือนเกาหลี
ภาพจากvietkite.com.vn
การเดินทาง จากกรุงเทพบินไปเกาหลีนั้น หากบินไปโซลจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง หากบินไปปูซานจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

เวลา เวลาที่เกาหลี จะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

วีซ่า ประเทศเกาหลียกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวและพำนักอยู่ไม่เกิน 90 วัน

พาสปอร์ต นักท่องเที่ยวต้องมีพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เพื่อใช้แสดงตนเวลาเข้าประเทศ และหากอายุต่ำกว่า 17 ปี หากเดินทางคนเดียว อาจจะต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ปกครองติดไปด้วย

สกุลเงิน ที่เกาหลีใช้เงินวอน ส่วนเงินดอลล่าห์ใช้ได้บ้างตามโรงแรม หรือร้านอาหารหรูๆ เท่านั้น นอกนั้นไม่รับ 

การให้ทิป ที่เกาหลีทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือบริการต่างๆ ได้บวก Service Charge ไว้แล้ว 10% ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ทิปอีก (หรือใครพอใจอยากให้ก็แล้วแต่ค่ะ แต่เขาจะงงหน่อยเท่านั้นเอง)

ภาษี สินค้าและบริการทุกอย่างที่นั่นคิดภาษี 10% รวมอยู่แล้ว หากไปซื้อสินค้ารึช้อปปิ้งแล้วอยากทำการรีฟันด์ภาษีคืน ก็สามารถทำได้

ภาษา ประเทศเกาหลีมีภาษาเป็นของตัวเอง และมีตัวอักขระที่เรียกว่า "ฮันกึล" ประกอบด้วย สระ 10 เสียง และพยัญชนะ 14 เสียง และคนในประเทศบางส่วนจะพูดภาษาอังกฤษได้ (นักศึกษา และคนวัยทำงานรุ่นใหม่) รวมถึงจุดบริการตามสถานที่ท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี

ภูมิอากาศ ประเทศเกาหลีอยู่ในเขตอบอุ่น มี 4 ฤดูกาลใน 1 ปี 

ปลั๊กไฟ ที่นั่นใช้หัวกลม (เหมือนปลั๊กเตารีดบ้านเราทำนองนั้น) และเต้าเสียบมักจะเป็นหลุมกลมๆ ทำให้ควรเตรียมหัวแปลงปลั๊กไปด้วย เพื่อจะได้เสียบได้พอดีกัน
ปลั๊กที่เกาหลีเต้าเสียบจะเป็นหลุมกลมๆ

หน้าตาของหัวแปลงปลั๊ก หรือที่เรียกว่า Universal Adaptor จะเป็นอย่างด้านล่างนะคะ หาซื้อได้ตามห้าง แผนกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือที่ 7-11 บางสาขาก็เห็นเคยมีขาย ราคาก็แล้วแต่ยี่ห้อ และขนาด ถ้าแบบจัดเต็มเสียบได้หลายรูก็แพงหน่อย แต่ถ้าแบบพกพาก็แค่ 200-300 บาทค่ะ หรือใครเดินทางบ่อย ไปหลายประเทศ เพื่อความสะดวก แนะนำซื้อไว้แบบนี้เลยค่ะ มีหัวให้เปลี่ยนหลายหัว หลายแบบ ใช้ได้ทุกประเทศทั่วโลกเลย มีอันเดียวสะดวกมากๆๆๆ มินซื้อมาจากโฮมโปรนะคะ ราคาประมาณ 400 บาทเท่านั้นเอง อันเดียวคุ้มค่ะซื้อตัวนี้ไป และเตรียมรางปลั๊กของบ้านเราไปด้วย จะได้เสียบต่อกัน เพื่อชาร์ตได้ครบทั้งแบตมือถือ แบตกล้อง หรือโน๊ตบุ๊คหากมีใครพกไปค่ะ แถมรางเดียวใช้ร่วมกันได้หลายคนสบายเลย
หัวแปลงปลั๊ก Universal Adaptor

ที่ด้านหลังจะมีบอกไว้ด้วยว่า ประเทศไหนใช้ขาปลั๊กแบบไหนนะคะ ช่วยได้มากเลย สำหรับคนชอบเดินทางท่องเที่ยว ก็ลองไปหาซื้อกันดูได้นะคะ


**ข้อสังเกตเวลาซื้อ ดูด้วยว่าตรงขากลมนั้น ตัวหัวปลั๊กมีลักษณะแบนๆ หรือกลม ให้เลือกแบบกลมๆ ตามภาพในกรอบสีแดงนะคะ เพราะเต้าเสียบที่เกาหลีจะเป็นหลุมลงไปค่ะ

อันนี้ตัวอย่างแบบที่ใช้ไม่ได้ มันเสียบไม่พอดีกันค่ะ เพราะหัวปลั๊กกลมจริง แต่ตัวปลั๊กอ่ะแบน เข้าใจเนอะ
 


ส่วนตัวนี้พกไปด้วย ช่วยได้มากเลย
 

โทรศัพท์ ที่เกาหลีใช้ระบบ CDMA ซึ่งต่างจากของบ้านเราที่ใช้ระบบ GSM หากต้องการใช้โทรศัพท์ วิธีที่ประหยัดกว่าโรมมิ่ง คือการเช่าโทรศัพท์ที่สนามบิน จะมีบูธอยู่ มีอยู่ 3 เจ้า คือ Olleh KT, SK telecom และ S Roaming 

 

และอีกหนึ่งวิธีคือ การซื้อซิมการ์ดเกาหลีใช้ เพราะในปัจจุบันที่ประเทศเกาหลีมีซิมการ์ดระบบ GSM สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว และแน่นอนว่าใช้กับมือถือของประเทศไทยได้ ซึ่งบริการนี้ก็มีของ SK telecom โดยสามารถซื้อได้ที่บูธในสนามบินอินชอน หรือตามช้อปที่มีสัญลักษณ์ T-world โดยแจ้งพนักงานว่าต้องการซื้อ Sim Card for GSM smartphone โดยใช้พาสสปอตกับเงิน 10000 วอนสำหรับค่าซิมการ์ด และอีก 10000 วอนสำหรับเติมเงินค่าโทรศัพท์

พอได้ซิมการ์ดมาแล้ว ก็นำมาใส่มือถือของเราได้เลย แล้วลงทะเบียนตามคู่มือที่แนบมาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย สามารถใช้โทร.กลับไทยได้เลย และยังใช้ Free WiFi ของ SK telecom ได้อีกด้วย แต่จะใช้เฉพาะบริเวณที่มีจุด hot spot และรวมไปถึงในสถานีรถไฟใต้ดิน แต่สัญญาณอาจจะไม่ค่อยดีนัก



และอีกหนึ่งวิธีคือ การซื้อซิมการ์ดเกาหลีใช้ เพราะในปัจจุบันที่ประเทศเกาหลีมีซิมการ์ดระบบ GSM สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว และแน่นอนว่าใช้กับมือถือของประเทศไทยได้ ซึ่งบริการนี้ก็มีของ SK telecom โดยสามารถซื้อได้ที่บูธในสนามบินอินชอน หรือตามช้อปที่มีสัญลักษณ์ T-world โดยแจ้งพนักงานว่าต้องการซื้อ Sim Card for GSM smartphone โดยใช้พาสสปอตกับเงิน 10000 วอนสำหรับค่าซิมการ์ด และอีก 10000 วอนสำหรับเติมเงินค่าโทรศัพท์

พอได้ซิมการ์ดมาแล้ว ก็นำมาใส่มือถือของเราได้เลย แล้วลงทะเบียนตามคู่มือที่แนบมาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย สามารถใช้โทร.กลับไทยได้เลย และยังใช้ Free WiFi ของ SK telecom ได้อีกด้วย แต่จะใช้เฉพาะบริเวณที่มีจุด hot spot และรวมไปถึงในสถานีรถไฟใต้ดิน แต่สัญญาณอาจจะไม่ค่อยดีนัก
*สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธ SK telecom

และอีกหนึ่งเจ้าที่มีบริการ  GSM  Sim Card  ก็คือ Olleh KT สามารถซื้อซิมการ์ดระบบ GSM นี้ได้ที่บูธในสนามบิน และช้อปของ Olleh KT ได้เช่นกัน ซึ่งซิมการ์ดจะราคา 28700 วอน ราคานี้รวมค่าบริการอินเตอร์เน็ตฟรี 300 mb แล้ว และจะใช้ได้ 2 เดือน (ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากฟลว.ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ)
 

อินเตอร์เน็ต ในประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในโซลนั้น ปัจจุบันมีสัญญาณ Free WiFi ให้บริการอยู่เยอะมากตามถนนหนทาง โดยเฉพาะที่มยองดงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม หรือแม้แต่ฮงแดแหล่งวัยรุ่น ส่วนบริเวณอื่นๆ นั้น ก็พอมีสัญญาณอยู่บ้าง แต่ว่าบอกจุด บอกตำแหน่งได้ไม่แน่นอน ต้องลองเดินหาเอา แต่สัญญาณอาจแกว่งได้ ต้องยืนเล่นอยู่กับที่ หรือหากอยากเล่นแบบเสถียรหน่อย ตามร้านกาแฟใหญ่ๆ มีสัญญาณฟรีทุกร้าน และสัญญาณเร็วปรื๊ด คอนเฟิร์ม เพราะมินผ่านการนั่งร้านกาแฟที่เกาหลีมาประมาณยี่สิบกว่าร้าน สัญญาณ WiFi เร็วทุกร้าน สามารถ VDO Call ผ่านแอพพลิเคชั่น Skype, Tango, Viber หรือ Facetime กับคนที่บ้านได้สบายเลยล่ะค่ะ ส่วนร้านเล็กๆ ก็มีแทบจะทุกร้านเช่นกัน ร้านอาหารมีเป็นบางร้าน ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ หา Free WiFi ไม่ยากเลย ส่วนตามที่พักไม่ว่าจะเกสเฮ้าส์ โฮสเทล หรือโรงแรม จะมี Free WiFi ไว้บริการทุกที่อยู่แล้ว แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และสัญญาณแรงไปจนถึงในห้องนอนเลยล่ะ

แต่ถ้าใครออกต่างจังหวัด อาจจะหาสัญญาณฟรีได้ยาก (เว้นว่าในที่พัก) เพราะยังไม่มี Free WiFi ในที่สาธารณะ ต้องหาตามร้านกาแฟใหญ่ๆ (แบรนด์ดังๆ) เท่านั้น ซึ่งสามารถมองหาสัญลักษณ์ Free WiFi แบบนี้ได้ที่เกาหลี ถ้าเห็นที่ไหน แปลว่าใช้ได้
 
ตัวอย่างสัญลักษณ์ Free WiFi 


หากใครไม่ค่อยได้แวะร้านกาแฟ หรือจะออกเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นๆ หรือเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่โซล แต่อยากมีอินเตอร์เน็ตเล่นตลอดเวลา เขาก็มีบริการเช่นเดียวกันนั่นก็คือ เช่าเราท์เตอร์ตัวปล่อยสัญญาณ WiFi แบบที่พกติดตัวไปด้วยเลย สัญญาณแรงดีไม่มีตก คิดค่าบริการเป็นรายวัน (หรือถ้าจ่ายราคาเหมาจะถูกกว่า เช่น เช่า 5 วันขึ้นไป) พร้อมทั้งเสียค่าเช่าเครื่องคิดเป็นรายวันเช่นกัน

 

สามารถหาบูธเช่าได้ที่สนามบิน หรือจะไปที่บูธโทรศัพท์เลยก็ได้ เช่าพร้อมมือถือได้เลย 2 in 1 (ในกรณีไม่ได้พกมือถือไปเอง) ซึ่งก็มีอยู่หลายเจ้า ที่นิยมก็คือ Olleh KT และ LG U+LTE สัญญาณแรงพอๆ กัน เลือกเอาตามความพอใจ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์สัญญาณได้ด้วย ทั้งมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค พร้อมกัน ซึ่งเราท์เตอร์ของ Olleh KT หรือ EGG Router ที่คนไทยเรียกว่า “น้องไข่” นั้น จะเชื่อมต่อได้สูงสุด 7 เครื่อง ส่วนเราท์เตอร์ของ LG U+LTE หรือ 4G LTE Router เชื่อมต่อได้ถึง 10 เครื่อง ถ้าไปกันหลายคน หารกันแล้วก็ตกวันละไม่กี่บาท ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกแล้วกันค่ะ

ซึ่งแต่ละเจ้า (ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างมาแค่สองเจ้าเพื่อเปรียบเทียบกัน) จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างนิดหน่อย เช่นว่า EGG Router จะดีตรงที่ใช้เงินสดในการมัดจำค่าประกันเครื่องได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต หรือ 4G LTE Router จะคุ้มค่าคุ้มราคากว่า หากเช่าหลายๆ วัน เป็นต้นค่ะ

ค่าบริการของ EGG Router
- ค่าเช่าเราท์เตอร์วันละ 8000 วอน (ประมาณ 240 บาท) เล่นอินเตอร์เน็ตด้วยสัญญาณ  WiFi ได้แบบ Unlimited
- ถ้าเช่าเกิน 10 วันขึ้นไป วันที่ 11 จะคิดครึ่งราคาคือ 4000 วอน
- ค่ามัดจำหรือค้ำประกันเครื่อง 200,000 วอน (ประมาณ 6,000 บาท) สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และใช้บัตรเครดิตเพื่อค้ำประกัน เหมาะสำหรับน้องๆ หรือคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งค่ามัดจำนี้จะได้คืนทั้งหมด เมื่อนำเครื่องมาคืนตามกำหนด
- หากเครื่องเกิดการชำรุดหรือสูญหาย จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

สามารถจองผ่านทางอินเตอร์เน็ตล่วงหน้าได้ด้วย คลิกที่นี่เลย ซึ่งสามารถเช่าได้ทั้งโทรศัพท์มือถือ และเราท์เตอร์ (ยกเว้นซิมการ์ด) และสามารถเลือกได้ว่า จะไปรับและคืนที่สนามบินไหน ตามที่เราสะดวกค่ะ
 
ค่าบริการของ 4G LTE Router 
- ค่าเช่าเราท์เตอร์วันละ 3300 วอน (ประมาณ 100 บาท)
- ค่าสัญญาณ 4G LTE วันละ 5500 วอน (ประมาณ 165 บาท) เล่นอินเตอร์เน็ตด้วยสัญญาณ 4G ได้ แบบ Unlimited
- ถ้าเช่าเกิน 5 วันขึ้นไป จะไม่คิดค่าเช่าเราท์เตอร์
- ค่ามัดจำหรือค้ำประกันเครื่อง 300,000 วอน (ประมาณ 9,000 บาท) ใช้บัตรเครดิต ในการค้ำประกันเท่านั้น  ซึ่งการใช้บัตรเครดิตค้ำประกันคือจะรูดบัตรไป (ตัดเงิน 0 บาท) แล้วหากครบกำหนดเช่า เราไม่นำมาคืน เขาจะรูดบัตรเครดิตเรา (ที่บันทึกหมายเลขไว้) แล้วตัดเงินค่ามัดจำส่วนนั้นไป แต่ถ้านำมาคืนตามปกติ เขาก็จะไม่ตัดเงินจากบัตรเครดิตออกไปนั่นเอง
- หากเครื่องเกิดการชำรุดหรือสูญหาย จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 
หมายเหตุ – ค่าบริการนี้รวม VAT แล้ว คิดเป็นเงินไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1000 วอน = 30 บาท ค่าบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดเช็คที่บูธที่ให้บริการอีกครั้ง


การขึ้นบันไดเลื่อน ที่เกาหลีจะยืน "ชิดขวา" เท่านั้น เวลาขึ้นให้ชิดขวาให้เป็นนิสัย เพราะช่องซ้ายมีไว้สำหรับคนที่รีบ อย่าไปยืนผิดฝั่งรึยืนกลางบันได เพราะมันจะขวางทางเขา เดี๋ยวจะโดนพี่เกาโหวกเหวกโวยวายใส่ได้ค่ะ


หลักๆ ที่ควรรู้เอาไว้ ไม่เสียหลายนั้น ก็มีประมาณนี้ค่ะ รู้เขา รู้เราก่อนไป จะได้ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้นนะคะ ^^


ขอบคุณข้อมูลจาก seoulcafe2013